วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

เพลงวันปีใหม่

(เพลงพรปีใหม่ เพลงพระราชนิพนธ์ในหลวง)
ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี
ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย
ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี
ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ

ที่มาครับ : http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88#.E0.B8.AB.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.A2.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.A7.E0.B8.B1.E0.B8.99.E0.B8.82.E0.B8.B6.E0.B9.89.E0.B8.99.E0.B8.9B.E0.B8.B5.E0.B9.83.E0.B8.AB.E0.B8.A1.E0.B9.88



กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่


กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ ได้แก่
1. การทำ
บุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ
2. การ
กราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร
3. การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น

ความเป็นมาของวันขึ้นปีใหม่

อย่างไรก็ตาม ในแต่ละชาติที่ใช้ปฏิทินแบบอื่น ก็จะมีวันขึ้น ปีใหม่ ที่แตกต่างกันไป เช่น วันตรุษจีน วันสงกรานต์ เป็นต้น ในประเทศไทย ทางราชการให้ถือเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา
ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติ
พราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน
การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทาง
จันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์
ต่อมาได้มีการพิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ
1. ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ
2. เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อม
พระพุทธศาสนา
3. ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก
4. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย


ที่มาครับ : http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88#.E0.B8.AB.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.A2.E0.B8.82.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.A7.E0.B8.B1.E0.B8.99.E0.B8.82.E0.B8.B6.E0.B9.89.E0.B8.99.E0.B8.9B.E0.B8.B5.E0.B9.83.E0.B8.AB.E0.B8.A1.E0.B9.88

กลอนวันปีใหม่ 2553


หวังอะไรได้ดั่งที่วาดหวัง
ขอพลังจงอยู่คู่เสมอ
ให้ก้าวมั่นสิ่งใดสมใจเธอ
มีความสุขอยู่เสมอ..ทุกคืนวัน
***************************************
ไม่นานก็คงสิ้นปี

สิ่งใดใดไม่ดีให้จางหาย
ก้าวเข้าสู่ปีหน้าเมื่อคราใด
สิ่งดีดีรีบมาใกล้...ให้สมพร
*****************************************
ปีนี้อาจไม่ดีอย่างที่หวัง

ถูกใจเธอหรือยัง...อย่าไปสน
ปีหน้าฟ้าใหม่ไม่อับจน
ขอทุกอย่างสัมฤทธิ์ผลสมดั่งใจ
****************************************
สวัสดี ปีใหม่ ขอให้สุข

หมดสิ้นทุกข์ กายจิต มิผิดผัน
อายุมั่น ขวัญยืน สี่หมื่นวัน
มีผิวพรรณ ผ่องนวล เย้ายวนชม
ปรารถนา เงินทอง กองท่วมฟ้า

ทำการค้า ร่ำรวย ไปสวยสม
มียศศักดิ์ รักใคร ใคร่ภิรมย์
ขอให้กลม เกลียวกัน และมั่นคง
ถ้าผู้ใด ใจว่าง เรื่องทางรัก

ให้พบพักตร์ กันที อย่ามีหลง
หากอกหัก หนักไป ครวญใคร่ปลง
ขอท่านจง โชคดี ทั้งปีเทอญ
ขอบคุณบทประพันธ์ จาก zheza
************************************


ที่มาครับ :http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=129&post_id=80561&title=%A1%C5%CD%B9%C7%D1%B9%BB%D5%E3%CB%C1%E8-2553-(3))

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

ยอดพาหนะใน กรุงเทพมหานคร

1. รถเมล์ : รถประจำทางสำหรับผู้รักการผจญภัย และพาหนะที่มักจะไม่มาเมื่อคุณรอ และวิ่งให้ว่อนเมื่อไม่ต้องการ

2. พขร : พนักงานแข่งรถ

3. พกส : พนักงานเก็บเงินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด มีอำนาจสั่งการให้ผู้โดยสารไปไหนก็ได้ และเปงคนเดียวที่คุยกะ พขร. รู้เรื่อง

4. ผู้โดยสาร : บุคคลผู้เจียมเนื้อเจียมตัว บางครั้งถูกเปรียบให้เปงปลา(กระป๋อง)

5. นายตรวจ : คนเดียวที่ พกส. กลัว

6. ค่าโดยสาร : จำนวนเงินที่ต้องจ่าย กรุณาจ่ายเปงเศษสตางค์ ไม่รับแบงก์ใหญ่กว่า100ฝ่าฝืนอาจถูกสรรเสริญจาก
พกส. และอาจจะลามไปถึงบุพการีที่นอนอยู่บ้านได้

7. ป้าย : ไป (สันนิษฐานว่าเลยไปเลย สังเกตุจาก พกส. จะพูดคำนี้ทุกครั้งเมื่อถึงป้าย)

8. ที่นั่งสำหรับภิกษุ สามเณร : ที่นั่งสำหรับป้าตาถั่ว หรือตาบอดสี โดยเฉพาะสีเหลือง

9. ที่นั่งสำหรับคนพิการ : ดูข้อ8(คล้ายๆกัน)

10. เด็ก สตรี และคนชรา : ประชาชนส่วนใหญ่ที่ประชาชนส่วนน้อยต้องเอื้อเฟื้อจึง มักจะ(ดูต่อข้อ 11)

11. แกล้งหลับ : วิธีหลีกเลี่ยงจากข้อ 10

12. คนดีมีน้ำใจ : คนประหลาดในสายตาข้อ 11

13. กริ่ง : กดสองที ฟรีสองป้าย

14. รถไฟฟ้า : เครื่องช่วยหายใจของคนกรุง สามารถไปได้ทุกที่ยกเว้นบ้านคุณ

15. เรือด่วน : เครื่องช่วยหายใจอีกอย่าง เหมาะสำหรับคนว่ายน้ำเป็นและน้ำหนักตัวน้อย

16. แท็กซี่ : พาหนะที่พาคุณอ้อมไปจากเส้นทางจริง

17. สามล้อ : พาหนะสำหรับคนมีสุขภาพปอดดี เคลื่อนที่ทุกๆครั้งมีที่ว่าง

ที่มาครับ : http://paiking.ipbfree.com/index.php?showtopic=7979

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2553

รวม 10 สินค้า(แหกตา)ที่ไม่มีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้าง

อันดับ 10: ปลั๊กประหยัดไฟฟ้า
ราคา: 1,000-3,500 บาท
ข้อมูลสินค้า...
ถ้า คุณกำลังคิดที่จะช่วยชาติประหยัดไฟ คุณอาจจะสนใจปลั๊กประหยัดไฟฟ้าก็เป็นได้ ปลั๊กประหยัดไฟฟ้า จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้กระแสไฟฟ้าของคุณ คุณจะจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลงถึง 40% หลักการทำงานของอุปกรณ์นี้คือ มันจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าขาดความสมดุล โดยอุปกรณ์ ชิ้นนี้จะเข้าไปปรับความสุมดุลกำลังไฟฟ้าในระบบ เพียงนำปลั๊กประหยัดไฟเสียบเข้ากับระบบไฟฟ้าภายในบ้านที่เต้าเสียบทั่วไป แล้วเปิดเครื่อง อุปกรณ์ก็จะทำงานเอง โดยไม่ต้องถอดเข้า-ออก หรือปิดเครื่องทุกครั้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้สามารถประหยัดค่าใช้ไฟฟ้าทั่วไป จากปกติ 10-20% และประหยัด 30-40% สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกมอร์เตอร์ต่างๆโดยเฉพาะจำพวกเครื่องปรับอากาศ ปั้มน้ำ และอื่นๆ

ภาพ: ปลั๊กประหยัดไฟฟ้า
ข้อกังขา...

ถ้าคุณเผลอซื้อปลั๊ก ประหยัดไฟฟ้าดังกล่าวไป คุณอาจไม่อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วราคาสินค้าต้นทุนจะอยู่ในราวๆ 70-100 บาท เท่านั้นเอง เพราะแท้จริงแล้วมิเตอร์ที่โชว์สินค้านั้นถูกดัดแปลงให้เดินช้ากว่าปกติ เมื่อมีการเสียบปลั๊กดังกล่าวเข้าไป ซึ่งทาง กฟน.ได้ทำการตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่สามารถประหยัดไฟได้ตามที่กล่าวอ้าง ในบางรายจะมีบริการติดตั้งให้ที่บ้าน โดยจะทำการดัดแปลงมิเตอร์เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อว่าสินค้าสามารถประหยัดไฟ ได้จริง แต่ถ้าหากการไฟฟ้าตรวจพบจะต้องดำเนินการกับเจ้าของมิเตอร์ดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นลักทรัพย์ของทางราชการ ผู้ที่ซื้อสินค้านี้ไปเรียกได้ว่าโดนทั้งขึ้นทั้งล่องเลยครับ

อันดับ 9: กล่องดูดสัญญาณ UBC
ราคา: 200 บาท

ข้อมูลสินค้า...

ถ้า คุณมีโอกาสไปเดินเล่นแถวตลาดนัดยามค่ำคืนบางแห่ง คุณอาจจะมีโอกาสได้พบผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังมุงดูสินค้ามหัศจรรย์ชิ้นนี้อยู่ มันก็คือกล่องขโมยสัญญาณ UBC หรือที่เรียกกันสั้นๆ ตามภาษาชาวบ้านว่า กล่องดูด UBC ซึ่งคนขายจะโฆษณาว่ากล่องที่ว่านี้สามารถรับสัญญาณ UBC ได้ถ้ามีจาน UBC ของใครก็ตามอยู่ในละแวก 500 เมตร พวกเขาจะแสดงการทดสอบให้คุณเห็นโดยการเปิดทีวีที่ต่อกับกล่องดังกล่าวให้ดู ซึ่งเมื่อต่อแล้วทีวีจะปรากฎภาพของรายการทาง UBC จำนวนหลายช่องด้วยกัน พวกเขาจะให้ความมั่นใจกับคุณว่า ถ้าคุณใช้ไม่ได้ผลล่ะก็ คุณก็สามารถนำกล่องนี้กลับมาเพื่อรับเงินคืนได้เต็มจำนวน

ภาพ: หน้าตาของกล่องดูดสัญญาณ UBC

ข้อกังขา...

จริงๆ แล้ว เช่นเดียวกับเทปผีซีดีเถื่อนที่เราไม่ควรไปสนับสนุน แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เครื่องนี้จะไม่ทำงานเมื่อคุณซื้อกลับไปใช้ที่บ้าน เพราะถ้าคุณลองสังเกตุดู คุณจะพบว่ารายการทาง UBC ที่คนขายแสดงให้ดูนั้นเป็นเพียงรายการเก่าที่อัดเอาไว้ เพราะแท้จริงแล้ว กล่องดังกล่าวนี้เป็นเพียงแค่กล่องบรรจุแผงวงจรที่ต่อหลอกเอาไว้เท่านั้นเอง ซึ่งพวกเขาอาจซ่อนเครื่องเล่น CD ไว้ใต้โต๊ะ ซึ่งเมื่อนำแจ๊คมาเสียบภาพจากเครื่องเล่นจึงมาปรากฎที่ทีวี ไม่ใช่สัญญาณจาก UBC แต่อย่างใด

ภาพ: กล่องจะทำหน้าที่เป็นเพียงตัวเชื่อมระหว่างทีวีกับเครื่องเล่นที่ซ่อนไว้ เมื่อต่อสายที่กล่องจึงมีภาพบนทีวี ไม่ได้ดูดสัญญาณมาอย่างที่กล่าวอ้าง
อันดับ 8: ชุดชั้นในอินฟาเรด
ราคา: 800 บาท

ข้อมูลสินค้า...

แม้ ว่ามีผลิตภัณฑ์ช่วยกระชับสัดส่วนให้แก่คุณผู้หญิง แต่ผลิตภัณฑ์ใดจะทันสมัยเท่าชุดกระชับสัดส่วนอินฟาเรด ซึ่งภายในชุดจะประกอบด้วยเม็ดอินฟาเรดจำนวนมาก โดยที่ในแต่ละเม็ดนั้นจะประกอบไปด้วย ผงแม่เหล็กฟราอินฟราเรด ถึง 20% เม็ดอินฟาเรดนี้จะทำปฏิกิริยากับความร้อนภายในร่างกาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ทำให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น รวมไปถึงช่วยในการ กระชับสัดส่วน ลดไขมัน และช่วยปรับระบบดูดซึมของร่างกายอีกด้วย

ภาพ: ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในอินฟาเรด

ข้อกังขา...

ทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า รังสีอินฟราเรดนั้นเป็นอย่างเดียวกับรังสีในไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ และไม่ได้มีผลอะไรกับการลดหรือรักษาโรคอย่างที่โฆษณาออกไป ซึ่งการนำคำทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับโฆษณาก็เพื่อจะเพิ่มคุณค่าให้กับตัว สินค้า ว่ามีความทันสมัย เพราะคำวิทยาศาสตร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มีผู้บริโภคหลายรายที่หลงเชื่อโฆษณาและซื้อไปทดลองใช้ ปรากฏว่าได้ร้องเรียนแก่ สำนักงาน อย.เป็นจำนวนมากว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาเกินจริง การอ้างว่าวัสดุมีการเปล่งรังสีอินฟาเรดและช่วยทำให้ไขมันสลายตัวหรือช่วย บำบัดโรคต่าง ๆ ได้นั้น ไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใด ๆ มายืนยันได้

ภาพ: เม็ดอินฟาเรดบนชุดดังกล่าว
อันดับ 7: ออกซิเจนน้ำ
ราคา 1,250 บาท

ข้อมูลสินค้า...

นวัต กรรมล่าสุด ออกซิเจนน้ำที่อยู่ในรูปของประจุพลังงาน เกิดจากการแตกตัวของ ออกซิเจน H2O ในน้ำจนได้ Nascent Oxygen เป็นออกซิเจนที่บริสุทธิ์(ดิวทีเรียม) ซึ่งมีขนาดเล็กมาก (นาโนเทคโนโลยี) สามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ทันที ไม่ต้องผ่านขบวนการย่อยของร่างกาย ตัวออกซิเจนที่เป็นประจุลบจะจับกับอนุมูลอิสระในร่างกายซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ ในรูปของออกซิเจนที่มีประจุบวก กลายเป็นกาซออกซิเจนบริสุทธิ์ O2 ซึ่งมีสภาวะเสถียร และเป็นประโยชน์ต่อเซลล์ร่างกาย และยังมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ แร่ธาตุ เอนไซม์ กรดอะมิโน ที่สกัดจากพืชธรรมชาติและพืชในทะเลน้ำลึก ปราศจากสารเคมี ครบถ้วนสารอาหารสมบูรณ์ตามที่ร่างกายต้องการ ซึ่งออกซิเจนที่บริสุทธิ์จะเป็นตัวให้พลังงานกับ เซลล์ ในร่างกาย จึงทำให้เซลล์แข็งแรงมีพลังในการทำหน้าที่ของมัน ซึ่งนี่คือการจัดการกับต้นเหตุของการเกิดโรคในยุคปัจจุบันซึ่งหมายถึงโรค แห่งความเสื่อม เช่น ภูมิแพ้ เบาหวาน มะเร็ง ความดัน อัมพฤกต์ เก๊าท์ หย่อนสมรรถภาพ ปัญหามดลูก มีลูกยาก ฯลฯ

ภาพ: ออกซิเจนน้ำ เอโดซี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับความนิยมในเมืองไทย

ข้อกังขา...

นพ.ศิริ วัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ทำการตรวจสอบออกซิเจน้ำยี่ห้อหนึ่ง และพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี ส่วนประกอบของจมูกข้าวสาลี ผงโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง ผงมะละกอ สารสกัดจากแครอท สารสกัดจากงาดำ สารสกัดจากผักชี ผงผักโขม และสารสกัดจากถั่วขาว ซึ่งเป็นสารอาหารที่สามารถรับประทานได้จากอาหารปกติในราคาที่ไม่แพง ขณะที่ยังไม่มีการผลการวิจัย หรือข้อพิสูจน์ ว่า สารอาหารที่นำมารวมกันนั้น รักษาโรคเรื้อรังได้ตามที่ระบุไว้ในโฆษณาตามเว็บไซท์ต่างๆ ซึ่งเบื้องต้น อย.ได้ดำเนินการตามกฎหมายกับ บริษัทผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ หลังตรวจสอบพบป้ายโฆษณาที่ผนังภายในบริษัท มีการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยข้อความที่กล่าวถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้ ซึ่งข้อความดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาแต่อย่างใด แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังคงจำหน่ายได้ เพราะได้ขึ้นทะเบียนกับ อย.ถูกต้อง แต่ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรคใดๆ ตามที่โฆษณาไว้

ภาพ:แผ่นพับโฆษณาชวนเชื่อของออกซิเจนน้ำที่ทาง อย. นำไปตรวจสอบ


อันดับ 6: เครื่องดีท็อกซ์
ราคา 50,000 บาท

ข้อมูลสินค้า...

เพียง แช่เท้าเข้าไปยังอ่างน้ำที่เตรียมไว้ เครื่องดีท็อกซ์นี้ใช้ระบบการล้างพิษในร่างกายด้วยไอออน ใช้ทฤษฎีของประจุไฟฟ้า เรียกว่า "ไอออนไนเซชั่น" ทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างไอออนลบ ไออนบวกในตัวเรา ผ่านกระบวนการออสโมซิส โดยสารพิษที่สะสมในร่างกายจะถูกแยกผ่านออกมาทางเท้าและตกตะกอนในน้ำทำให้ อวัยวะต่างๆทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขับถ่ายของเสียดีขึ้น เพิ่มขบวนการเผาผลาญพลังงาน ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย และเอาไว้ค้นพบสารพิษในตัวเราเอง โดยสีของน้ำและลักษณะของเสียที่ออกมาจะบอกถึงอวัยวะของร่างกายที่สารพิษ สะสมอยู่

ภาพ: ขณะใช้เครื่องดีท็อกซ์ มีตะกอนสีสนิมลอยฟ่องออกมาจากเท้า

ข้อกังขา...

เครื่องมือที่ว่านี้ แท้จริงแล้วเป็นเครื่องแยกสารละลายด้วยไฟฟ้า หรือ เครื่องอิเล็กโทรไลซิส โดยหลักแล้วขั้วไฟฟ้าที่ทำด้วยเหล็กจะละลายและทำปฏิกิริยากับน้ำ ทำให้เกิดตะกอนที่มีสีน้ำตาลแดงคล้ายสนิมเหล็ก ยิ่งทำให้กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านน้ำดื่มนั้นนานมากเท่าไร ก็จะมีตะกอนเกิดมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เภสัชกรจาตุรัตน์ วุฒิวรศิริ กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ และผู้ป่วยที่ผ่าตัดแล้วใส่เหล็กดามในร่างกาย เนื่องจากเหล็กเป็นสื่อนำไฟฟ้า สอดคล้องกับการทำงานของเครื่องดังกล่าวที่อาศัยระบบการทำงานจากประจุไฟฟ้ามา เป็นตัวที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนสีของน้ำ สิ่งสำคัญเครื่องมือดังกล่าวไม่มีสรรพคุณในการรักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนสีของน้ำเมื่อทำปฏิกิริยาจากประจุไฟฟ้า เป็นเพียงเกิดการเปลี่ยนแปลงของธาตุเหล็กหรือธาตุชนิดต่างๆ ทำให้น้ำเปลี่ยนสีและเป็นตะกอน ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ คิดว่าสามารถรักษาโรคได้

ภาพ: เครื่องอิเล็กโทรไลซิสขณะใช้กับน้ำเปล่า เมื่อทำปฏิกริยาแล้ว จะได้ตะกอนสีสนิมเช่นเดียวกัน

อันดับ 5:เครื่องผลิตน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม
ราคา 38,750 บาท

ข้อมูลสินค้า...

น้ำ โมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) คือน้ำที่มีโครงสร้าง หรือกลุ่มโมเลกุลของน้ำขนาดเล็ก ซึ่งเกิดจากผลกระทบทางฟิสิกส์จากคลื่นพลักงงานแม่เหล็ก โดยเกิดการปรับตัวของโครงสร้างโมเลกุลของน้ำขึ้นมาใหม่ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายิ่งกลุ่มโมเลกุลของน้ำมีขนาดใหญ่เพียงใดก็ยิ่งลด คุณภาพของน้ำให้ต่ำลงเพียงนั้น ซึ่งแท้จริงแล้วน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยมนี้สามารถพบอยู่ในน้ำตามธรรมชาติเพราะ น้ำธรรมชาติจะได้รับอิทธิพลจากพลังงานแม่เหล็กจากสนามแม่เหล็กขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ ซึ่งแรงดึงดูดนี้ทำให้โมเลกุลของน้ำกลายเป็นหกเหลี่ยม อย่างไรก็ดีน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยมสามารถสร้างด้วยเครื่องปรับโครงสร้างชนิด พิเศษ ซึ่งภายในเครื่องจะติดตั้งแท่งแม่เหล็กไว้ น้ำที่ไหลผ่านก็จะได้รับพลังงานแม่เหล็กและรังสีอินฟราเรดชนิดคลื่นความถี่ ไกลและกลายเป็นน้ำที่มีโครงสร้างโมเลกุลหกเหลี่ยมในทีสุด

ภาพ: ตัวอย่างเครื่องปรับโครงสร้างน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม

ข้อกังขา...

นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ทางอย.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการจำหน่ายเครื่องปรับโครงสร้างน้ำโมเลกุล หกเหลี่ยม ในรูปแบบขายตรง โดยอ้างว่าใช้เทคโนโลยีคลื่นพลังงานแม่เหล็ก และโอ้อวดสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคได้ เช่น บรรเทาอาการปวดตามข้อ เกาต์ ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยแก้ปัญหาแผลเรื้อรังป้องกันโรคหัวใจ สมองขาดเลือด ความดันโลหิตสูง ชะลอความแก่ของเซลล์ ลดอาการภูมิ แพ้ ขจัดของเสียออกจากเซลล์ภายใน 1 ชั่วโมง เป็นต้น ซึ่ง นพ.นิพนธ์ย้ำ และว่า ผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และไม่เสียค่าใช้จ่ายในราคาสูงโดยไม่จำเป็นหรือเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดในการปรึกษาและรักษาโดยแพทย์การเลือกซื้อสินค้า สุขภาพสมัยนี้ต้องดูให้ดี เพราะนอกจากจะถูกหลอก เสียเงินฟรี แล้วยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในกรณีที่ไปรักษาพยาบาลล่าช้า

ภาพ:น้ำดื่มโมเลกุลหกเหลี่ยมชนิดบรรจุขวดในต่างประเทศ

อันดับ 4: เครื่องสำอางค์ผสมสเต็มเซลล์
ราคา 900 บาท

ข้อมูลสินค้า...

เครื่อง สำอางค์สกัดจาก "สเต็มเซลล์" เป็นเทคโนโลยีความงามขั้นสูงจากสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งสเต็มเซลล์ คือ เซลล์ต้นกำเนิด ของร่างกาย ซึ่งพร้อมจะเปลี่ยนเป็นเซลล์ใหม่ ที่แข็งแรงและสมบูรณ์ โดยอาจจะได้จากตัวอ่อน เอาไว้ใช้ในการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาในบริเวณที่ฉีดเข้าไป เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพไป ทำให้อวัยวะส่วนนั้นๆ กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ปัจจุบันสเต็มเซลล์ นอกจากเก็บได้จากร่างกายมนุษย์แล้วยังพบในพบในพืชอีกด้วย โดยเฉพาะในผลแอปเปิ้ลชนิดหนึ่งจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีชื่อว่า "Uttwiler Spatlauber" นักวิทยาศาสตร์ได้นำมาศึกษาจนพบว่า ผลแอปเปิ้ลชนิดนี้มีตัวหล่อเลี้ยงสเต็มเซลล์อยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้แยกสเต็มเซลล์ของผลแอปเปิ้ลชนิดนี้มาบรรจุในนาโนโซมเล็กๆ เพื่อพร้อมที่จะปลดปล่อยเข้าไปในผิว ปัจจุบันมีให้เลือกใช้ทั้งแบบทรีตเม้นต์ผิว และรูปแบบเครื่องสำอางค์บำรุงผิวทั่วไป

ภาพ: เครื่องสำอางค์สเต็มเซลล์พร้อมนำไปฉีดเข้าผิวหนัง

ข้อกังขา...

ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า สเต็มเซลล์เป็นสารที่สกัดได้จากรกแกะ รกเด็ก หรืออวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ในวงการแพทย์วิจัยสเต็มเซลล์มานานหลายสิบปี และอนุญาตให้ใช้สเต็มเซลล์รักษาโรคเกี่ยวกับเลือดเท่านั้น เช่น มะเร็งในเม็ดเลือด หรือธาลัสซีเมีย เพราะการนำสเต็มเซลล์มารักษาโรคอื่นยังมีอันตรายอยู่มาก เคยมีการทดลองฉีดสเต็มเซลล์เข้าเซลล์ผิวหนัง ปรากฏว่าสเต็มเซลล์แบ่งตัวเพิ่มมากขึ้นผิดปกติและไม่มีวิธีควบคุม หากเซลล์ที่ฉีดเข้าไปที่ใบหน้าหรือผิวหนังเติบโตหรือแบ่งตัวไม่หยุด จะกลายเป็นมะเร็งทำให้ใบหน้าหรือบริเวณที่ฉีดกลายเป็นก้อนเนื้อผิดปกติปูด ขึ้นมาได้ ดร.นพ.เวสารัช เวสสโกวิท หัวหน้ากลุ่มงานพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุล สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าหาก ใครเห็นสเต็มเซลล์อยู่ในกล่องแล้วเอามาใส่หลอดฉีด ให้รู้เลยว่าถูกหลอก อาจเป็นสเต็มเซลล์ที่เชื้อตายแล้ว หรือเป็นสารอะไรก็ไม่รู้ และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะผสมสเต็มเซลล์ลงในเครื่องสำอาง เพราะบรรจุภัณฑ์ทุกชนิดไม่สามารถรักษาชีวิตสเต็มเซลล์ได้ การอ้างว่าสั่งซื้อสเต็มเซลล์จากต่างประเทศก็เป็นการหลอกลวง เพราะสเต็มเซลล์ต่อให้อ้างว่าเก็บอย่างดี หรือแช่แข็งส่งมาจากต่างประเทศ ก็แทบจะกลายเป็นเซลล์ตายเกือบหมด ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย.กล่าวถึงปัญหาการขายสินค้าที่อ้างว่าเป็นสเต็มเซลล์ผ่านเว็บไซต์ว่า อย.ถือเป็นความผิดร้ายแรง ที่ผ่านมากลุ่มคนขายอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย เพราะตอนนั้นยังไม่ได้นิยามชี้ชัดว่าสเต็มเซลล์เป็นอะไรกันแน่ แต่เมื่อเดือนเมษายน 2552 ที่ผ่านมา อย.ประกาศให้ผลิตภัณฑ์เซลล์ต้นกำเนิดถือว่าเป็นยา ต้องมีการควบคุมอย่างเคร่งครัด จะผลิตหรือนำเข้ามาขายในประเทศไทย ต้องขอขึ้นทะเบียนตำรับยา ไม่สามารถอ้างเป็นเครื่องสำอางได้

ภาพ: สเต็มเซลล์ที่ใช้ในทางการแพทย์จะถูกเก็บรักษาไว้ในถังบรรจุไนโตรเจนเหลว

อันดับ 3: เหรียญพลังงาน
ราคา:2,000 - 20,000 บาท

ข้อมูลสินค้า...

ปัจจุบัน ได้มีการเปิดสัมมนาตามจังหวัดต่างๆ และเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาฟังการบรรยาย เรื่อง เหรียญพลังงาน โดยในการบรรยายได้กล่าวไว้ว่า เหรียญดังกล่าวนี้ผลิตขึ้นจากลาวาที่เย็นตัวลงหลังจากการระเบิดของ ภูเขาไฟ มีคุณสมบัติพิเศษเป็นสื่อกลางในการกักเก็บพลังงานที่ดูดซับมาจากแร่ธาตุ ภูเขาไฟเหล่านั้นไว้ ซึ่งรังสีที่เเพร่ออกมาทำให้ร่างกายมีพลังงานมากขึ้นรวมทั้งสามารถบำบัดโรค ได้สารพัด เช่นบำบัด กระดูก ยีนส์ ปอด ผิวหนัง ระบบช่องท้อง ระบบประสาท หัวใจ เบาหวาน มะเร็ง รวมทั้งลดอาการอักเสบของแผล ผดผื่น ช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายดีขึ้น ช่วยย่อยสลายไขมันโปรตีนส่วนเกินและสารตกค้าง ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบทั้งที่เป็น เหรียญ นาฬิกา และสร้อยข้อมือ

ภาพ: เหรียญควอนตัม พลังสเกล่า เหรียญพลังงานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย

ข้อกังขา...

สำนักงาน อย. ได้ออก Fact sheet ว่าไม่มีผลการศึกษาวิจัยที่เชื่อถือได้มารับรองว่าเหรียญดังกล่าวนี้สามารถ ใช้ได้จริงตามที่โฆษณา นอกจากนี้ผลการตรวจสอบโดย รศ.ดร.ไตรภพ ผ่องสุวรรณ ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บ่งชี้ว่าพบทอเรียมในเหรียญมากกว่าหินธรรมถึง 250 เท่า ซึ่งจากการหายใจเอาฝุ่นละอองที่มีทอเรียมเข้าไป จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งตับอ่อน นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งกระดูกอีกด้วย แม้การดูดซึมทอเรียมผ่านทางผิวหนังเช่นการคล้องเหรียญพลังงานนั้นไม่ใช่เส้น ทางหลักที่ทอเรียมเข้าสู่ร่างกาย แต่มีหลักฐานยืนยันว่าสามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ทางสำนักงาน อย. แจ้งว่าหากพบมีการซื้อขายให้แจ้งอย.สายด่วน 1556 ได้ทันที

ภาพ: สเปกตรัมรังสีแกมมาของเหรียญพลังงาน ซึ่งมีค่าจำนวนนับรังสีสูงระดับหลายพัน ซึ่งอาจก่ออันตรายให้กับร่างกายได้


อันดับ 2: แท่งประหยัดน้ำมัน
ราคา: 2,500 บาท

ข้อมูลสินค้า...

แท่ง ประหยัดน้ำมันเป็นสินค้าที่ผู้ผลิตและจำหน่ายอ้างว่าช่วยให้รถประหยัดเชื้อ เพลิงได้ 10-30% และได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคเหนือ โดยระบุว่าเมื่อเสียบเข้ากับช่องจุดบุหรี่ในรถยนต์ อุปกรณ์ดังกล่าวก็จะทำงานด้วยการก่อสนามแม่เหล็กมาตัดกับแรงดึงดูดของโลก สร้างโพรงอากาศบริเวณหน้ารถ ซึ่งทำให้รถเบาและใช้แรงจากเครื่องยนต์น้อยลง ส่งผลให้ประหยัดเชื้อเพลิงและมีอัตราเร่งดีขึ้น โดยสามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ที่ยี่ห้อ เชื้อเพลิงทุกชนิดทั้ง เบนซิน ดีเซล NGV LPG ซึ่งมีลูกค้าซื้อไปแล้ว ได้ผลเป็นที่พอใจ พิสูจน์กันแล้วว่าประหยัดน้ำมันจริง

ภาพ: NP Faster แท่งประหยัดน้ำมันจากผู้ผลิตรายแรกในเมืองไทย


ข้อกังขา...

ทางสมาชิก'โต๊ะหว้ากอ' ผู้สนใจทางด้านวิทยาศาสตร์แห่งเว็บ pantip.com ได้รวมเงินกันจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อแท่งประหยัดน้ำมัน มาตรวจสอบ พบว่าวงจรภายในนั้นเป็นวงจรที่ต่อไว้หลอกๆ เพื่อให้หลอด LED สว่างเท่านั้น และเมื่อสอบถามไปทางผู้จำหน่าย ทางนั้นกลับยืนยันว่าสามารถใช้งานได้จริงเมื่อทำการขับขี่จริง พร้อมทั้งขู่ฟ้องและแจ้งความดำเนินคดีกับสมาชิกผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าการพิสูจน์นั้นทำให้บริษัทเสียหายเป็นมูลค่าถึง 7 หลัก ซึ่งนายธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา นักทดสอบรถยนต์ชื่อดัง ได้ออกมาปกป้องพร้อมทั้งทำการพิสูจน์อย่างมีมาตรฐาน ซึ่งผลเป็นไปตามที่คาดไว้ ว่าไม่ได้ช่วยอะไรกับสมรรถนะและประสิทธิภาพอะไรของรถเลยแม้แต่อย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งไปยังสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคให้ดำเนินการแล้ว

ภาพ: วงจรภายใน ที่ส่วนสำคัญมีเพียงหลอด LED สีแดง เท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพียงแค่เครื่องประดับให้ต่อครบวงจรเท่านั้น

อันดับ 1: กล่องวิเศษ
ราคา: 5,900 บาท

ข้อมูลสินค้า...

เทคโนโลยี กล่องวิเศษนี้ ถูกค้นพบโดยนักประดิษฐ์ชาวไทย โดยเชื่อว่าพลังจิตมีจริง และสามารถแฝงอยู่ในสสารทุกชนิด เครื่องรางผ้ายันต์ของขลังต่างๆ ที่ผ่านการปลุกเสกก็มีพลังจิตแฝงอยู่ ถ้าเอามาวางไว้เฉยๆ ก็ไม่เกิดปาฏิหารย์ ต้องอธิษฐานจึงจะเกิดปาฏิหารย์ เช่นเดียวกับพระเครื่องหรือเครื่องรางต่างๆ ถ้าเช่ามาแล้วใส่ลิ้นชักเก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ เครื่องรางต้องหมั่นสวดคาถาหรือท่องมนต์ และอธิษฐานจึงจะสำแดงผล ดังนั้นทางนักประดิษฐ์จึงออกแบบการกระตุ้นพลังจิตในเครื่องรางของขลังต่างๆ ผ่านทางงจรอิเลคโทรนิค ซึ่งได้ทำการทดสอบแล้ว โดยใช้เหรียญจตุคามรามเทพใส่เข้าไปในกล่องวิเศษนี้ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี เมื่อใช้กล่องวิเศษแล้วจะทำให้มีลูกค้าเข้าร้านมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถใช้ได้กับร้านค้าและสำนักงาน และสามารถใช้ได้กับเครื่องรางของทุกศาสนา

ภาพ: กล่องวิเศษ
ล่าสุดออก ใหม่แล้ว!!
V. 8.2
ข้อกังขา...

เมื่อพุทธพาณิชย์แพร่หลาย จึงก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ๆ ตามมา สำหรับเทคโนโลยีนี้ผมรู้สึกมึนตึ้บเสียจนไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาประกอบ จึงขอเก็บเรื่องของเหตุผลไว้ให้คุณผู้อ่านไตร่ตรองเองครับ อย่างไรก็ดีผมอยากเอาแนวคิดในการผสานเทคโนโลยีและศาสนา ของท่าน ว. วชิรเมธีมาลงไว้สักหน่อย ท่าน ว. เห็นว่าศาสนาพุทธควรใช้ช่องทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ โดยท่านเรียกช่องทางการสื่อสารนี้ว่า 'ธรรมโมโลยี' คือการใช้เทคโนโลยีในเผยแผ่ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านยกตัวอย่างว่า ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้มือถือในการรับข่าวสาร เช็คอีเมล นัดหมาย หรือแม้แต่ดูโทรทัศน์รายการต่างๆ ได้ผ่านมือถือ จะดีไม่ใช่น้อยหากมือถือที่เราใช้อยู่มีเอสเอ็มเอสธรรมะ และท่านได้กล่าวปิดท้ายว่า ธรรมโมโลยีนี้จะผิด ก็ต่อเมื่อมีเจตนาที่ไม่สุจริต หลอกลวง มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่ได้เจตนาที่จะใช้เป็นช่องทางเพื่อเผยแผ่ธรรมะ

สาธุครับท่าน ว.วชิระเมธี และขอบคุณ คุณผู้อ่านที่ติดตามอ่านบทความนี้ ผมก็ขอจบเรื่อง 10 เทคโนโลยีท้าทายภูมิปัญญาของสังคมไทย ไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอให้ผู้อ่านเจริญด้วยปัญญาครับ สวัสดี

ที่มาครับผม : http://paiking.ipbfree.com/index.php?showtopic=7887

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

ปีใหม่ กระผมไปไหว้พระ 9 วัดมาครับ

1.วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ได้อุทิศที่ดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเรียกว่า “หมู่บ้านกุฎีจีน” วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้ถวายเป็นพระอารามหลวง ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” พร้อมกับทรงสร้างพระวิหารหลวงเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธไตรรัตนนายก” (หลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 4 หรือเรียกตามแบบจีนว่า (ชำปอฮุดกง หรือ ชำปอกง)

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นวัดเดียวในประเทศไทยที่มีองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ โดยประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2408

2.วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตรโกสินทร์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาวัดขึ้นมาใหม่ และรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายราชสามัญ เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกถึง 3 ครั้ง จึงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดชนะสงคราม”

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย เป็นพระประธาน มีพระนามว่า “พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ” ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถ

3.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร “วัดโพธิ์”
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดโพธิ์”
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ “วัดโพธาราม” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงบูรณะและโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประเจดีย์เพื่อบรรจุพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีอยุธยา ต่อมาใน พ.ศ. 2377 รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระเจดีย์ แล้วพระราชทานนามว่า “พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ” และทรงสร้าง “พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกนิธาน” เพื่ออุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และทรงมีพระราชประสงค์ให้วัดโพธิ์เป็น “มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน” จึงโปรดเกล้าฯให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลาติดไว้บริเวณพระอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนมาศึกษาหาความรู้
ที่วัดโพธิ์มี “พระพุทธเทวปฏิมากร” ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 มีพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด และองค์ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนพื้นพระบาทประดับมุก เป็นภาพมงคล 108 ประการ นอกจากนั้น วัดโพธิ์ยังมีเจดีย์ทั้งสิ้น 99 องค์ ถือว่าเป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย และมีพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล คือ รัชการที่ 1- 4 แห่งกรุงรัตรโกสินทร์

ในปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาการแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข

4.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามที่อยู่ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2326 เพื่อความสะดวกเวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลตามราชประเพณี และเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิอายุของพระเจ้าแผ่นดินเจ้านายในราชสกุล ภายในวัดพระแก้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พระอุโบสถอันเป็นที่ประดิษฐาน“พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” (พระแก้วมรกต) ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรสวยงามและยาวที่สุดในโลก มีปราสาทพระเทพบิดร ซึ่งเป็นปราสาทยอดปรางค์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1- 8 มีพระศรีรัตนเจดีย์ประดับกระเบื้องสีทองทั้งองค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมีหอพระราชพงศานุสรณ์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีหอระฆังที่มีระฆังซึ่งตีมีเสียงดังกังวานดี มีพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์และยังมีรูปยักษ์ 6 คู่ เป็นรูปยักษ์ตัวสำคัญจากเรื่องรามเกียรติ์ เป็นปูนปั้นทาสี ประดับกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ สูงประมาณ 6 เมตร ตั้งประจำที่ช่องประตูพระระเบียง

5.วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารหรือเป็นที่รู้จักกันในนาม (วัดระฆัง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า “วัดบางว้าใหญ่” เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยา
วัดระฆังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบันการไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

6.วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ “วัดมหาสุทธาวาส” วันนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุทัศเทพวราราม”

ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน

7.วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”

ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “ยักษ์วัดแจ้ง”

ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์

8.วัดบวรนิเวศวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3
ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ .ศ. 2367 - 2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาประทับเมื่อปี พ .ศ. 2375 นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันทรงผนวช เป็นวัดของคณะ สงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย

สิ่งสำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช

9.วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง

สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาบที่ 5 นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ

ที่มาครับ : http://www.9wat.net/history.htm